Gmo-Z.com NetDesign คือ 1 ในบริษัท Local SEO ชั้นนำที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย มีลูกค้ามากมายกว่า 2,000 เว็บไซต์ทั้ง E-Commerce และ Agency ในประเทศไทย ให้บริการมายาวนานเกินกว่า 15 ปี ด้วยราคาที่จับต้องได้ (affordable)
ทำไมถึงต้องทำ SEO! (คลิกอ่านต่อ)ต้องการยอดผู้เข้าชมบนหน้าเว็บไซต์? สร้างรายได้จากโฆษณาบนเว็บไซต์? หรือผลักดันธุรกิจของคุณให้ติดหน้าแรกของ Google? Gmo-Z.com NetDesign คือคำตอบที่คุณมองหา ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี เราคือทีมมืออาชีพที่เข้าใจตลาดในประเทศไทย (Thailand) อย่างแท้จริง
เราไม่ได้มองหาแค่การเป็น Affordable SEO Company ที่เน้นราคาถูก แต่เราเน้น คุณภาพและความยั่งยืน เพื่อให้ทุกบาทที่คุณจ่ายไปคุ้มค่าที่สุดผ่านกลยุทธ์ที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ให้สมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน Google สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายที่มีคุณภาพ และ Local SEO ดันธุรกิจให้เด่นชัดในพื้นที่เป้าหมาย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง
ประสบการณ์กว่า 15 ปี
ทำติดมาแล้ว 15,000 keywords
Gmo-Z.com NetDesign เปิดให้บริการมามากกว่า 15 ปี (แต่ก่อนชื่อแบรนด์ NetDesignRank) มีลูกค้าผ่านมือเราไปแล้วมากกว่า 3,000 ราย หรือประมาณ 15,000 keywords
Gmo-Z.com NetDesign
มีความน่าเชื่อถือ
Gmo-Z.com NetDesign หรือชื่อในอดีตคือ NetDesignRank เราคือผู้ให้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์แบบครบวงจร มีบริการต่างๆมากมาย ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท
ผลงานที่พิสูจน์ได้
เราทำ SEO ใน Keyword คำว่า "รับทำ SEO" ติดอันดับ Top 3 ในหน้าแรก Google มานานกว่า 2 ปี และติดอันดับ 1-5 มานานกว่า 15 ปี ซึ่งเป็น Keyword อันดับ 1 ในวงการด้าน SEO
เราทำอันดับคีย์เวิร์ด “รับทำ SEO” ซึ่งเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดในสายงานดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งของประเทศไทย ให้ติดอันดับ 1 บนหน้าแรก Google ต่อเนื่องมากกว่า 2 ปี และอยู่ในกลุ่มอันดับ 1–5 ต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ปี


































































SEO หรือเรียกย่อมาจาก Search Engine Optimization การทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Google ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างยอด Traffic ให้ติดอันดับการค้นหาแรก ๆ ได้เร็ว เพราะ Search Engine คือพื้นที่เปิดให้คนมีโอกาสค้นพบเว็บไซต์ของคุณได้มากกว่า จากสื่อโซเชียลต่าง ๆ ที่นับวันจะสร้างคอนเทนต์ล้นตลาด แต่หาที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคจริง ๆ หากทำ SEO ดี ๆ จนเว็บไซต์ติดอันดับอยู่ตัวแล้ว รับรองว่าผลตอบรับหลังจากนั้นคุ้มค่าแน่นอน เว็บไซต์คุณจะมี Traffic เข้ามาเยี่ยมชมเรื่อย ๆ
ทำให้เว็บไซต์ของเรามีผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเว็บไซต์เรามีสินค้าที่ต้องการอยากจะจำหน่ายผ่านทางออนไลน์จะช่วยเพิ่มการขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้น การเข้าชมเว็บไซต์มักจะเริ่มมาจากการเสิร์ชผ่าน Search Engine ต่าง ๆ จึงไม่ค่อยมีใครเข้าเว็บไซต์โดยตรง แต่การเสิร์ชผ่านจากตัว Google ก็ยังเป็นช่องทางหลักสำหรับเว็บไซต์ เพราะผู้ที่จะเข้าชมจะต้องมีความสนใจที่จะเสิร์ชข้อมูลซื้อสินค้าและบริการอยู่แล้วจากนั้นคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณได้
Google เน้นย้ำอยู่เสมอมาในเรื่องของ Onpage ที่ต้องให้รองรับกับการจัดเก็บของ Google รวมถึงเมื่อมีผู้เข้าชมต้องเห็น Keyword ที่ต้องการสื่อสารออกมา มีความหมาย ความเข้าใจในตัว Keyword นั้น ๆ และมีในส่วนของ Pagespeed ที่ความเร็วเป็นปัจจัยที่สำคัญ เมื่อเว็บรองรับความเร็วทั้งทาง Mobile และ Desktop ที่ขาดไม่ได้เป็นการทำ Backlink ที่มีคุณภาพ ส่งผลให้เว็บไซต์สามารถขึ้นมาติดอันดับบนหน้า Google ได้

ในยุคปัจจุบันอาวุธของนักการตลาดคงหนีไม่พ้นการทำการตลาดออนไลน์ คือ การทำ SEO นั้นเอง การทำ SEO มีอิทธิพลต่อการเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์และบริการ ต้องยอมรับว่าการทำ SEO เป็นช่องทางหนึ่งที่จะสามารถทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรกๆ ของผลการค้นหาบน Google และให้เว็บไซต์มีโอกาสขายของได้มากขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายคนต้องทำเมื่อเข้าร่วมแข่งขันบนตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นการปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการเปิดข้อมูลข่าวสารที่ผู้บริโภคเริ่มเป็นฝ่ายค้นหาข้อมูลต่างๆด้วยต้นเอง จึงทำให้การค้นหาข้อมูลมีความสะดวก รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ จะดีแค่ไหนหากเว็บไซต์ของคุณเป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคจะค้นหาเจอในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิส์
การทำอันดับ หรือ SEO เป็นการจัดทำ ปรับปรุงเว็บไซต์หรือเว็บเพจ เพื่อให้ติดอันดับต้นๆ ในหน้าผลการค้นหาของเสิร์ช ด้วยวิธีการธรรมชาติหรือที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดผ่านระบบค้นหา ตัวนี้ข้อดีคือหากมีการทำจะไม่ได้เสียค่าคลิกโฆษณา เหมือน SEM จะเป็นการจ่ายเข้ามาเป็นครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือนแล้วแต่ตามข้อสัญญาของแต่ละบริษัท
การตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้นของ google หรือผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เป็นรูปแบบหนึ่งของการตลาดทางอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการโปรโมตเว็บไซต์โดยการเพิ่มการแสดงผลในหน้าผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหาเป็นหลัก ผ่านการโฆษณาแบบชำระเงิน SEM โดยหากมีการชำระเงินเข้ามาการทำ SEM นั้นจะสามารถทำให้ติดหน้าแรกของการเสิร์ชค้นหาในหน้าแรกของ Google เลยทันที แต่จะต้องเสียค่าคลิกทุกครั้งนั้นเอง
ดังนั้น ทั้ง SEM กับ SEO จึงมีผลต่างกันขึ้นอยู่กับที่คุณเลือกใช้บริการ อย่างที่แจ้งไว้ การทำ SEM จะเห็นผลได้เร็วกว่า SEO เพราะ SEM เป็นการจ่ายเงินเพื่อซื้อโฆษณา ดังนั้น Google สามารถที่จะทำให้โฆษณาของเว็บไซต์เราปรากฏขึ้นในการค้นหาได้ทันที แต่จะต้องเสียค่าคลิกการโฆษณาทุกครั้งเมื่อมีการเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งบางครั้งค่าคลิกชมเว็บไซต์แต่ละครั้งอาจจะเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติหรือเท่าตัวก็สามารถเป็นไปได้ ส่วน ในขณะที่การทำ SEO จะต้องใช้เวลาค่อยๆ ดันเว็บไซต์ให้มีการเลื่อนอันดับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามกลไกของอัลกอริทึ่มของกูเกิล ซึ่งถึงตัวนี้จะต้องใช้ระยะเวลา แต่การทำ SEO สามารถการันตีได้เลยหากติดอันดับแล้วจะสามารถขึ้นได้นานกว่าปกติ และจะติดหน้าแรกของ google อยู่นานกว่าการทำ SEM และไม่ต้องเสียค่าคลิกโฆษณาอีกด้วย และเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายค่อนข้างดีสำหรับคนที่สนใจจะทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ ทางเราจึงจะแนะนำการทำ SEO มากกว่า เพื่อเป็นการโปรโมทเว็บไซต์ตัวเองได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น
การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ใช้ในการเพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงเว็บไซต์ในเครื่องมือค้นหาอย่าง Google, Bing, Yahoo และอื่นๆ หลายคนอาจสงสัยว่า SEO คือ อะไร และ SEO คือ การทำงานอย่างไร ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ SEO คือ อะไรและวิธีการนำไปใช้ในการทำธุรกิจออนไลน์ รวมถึงการปรับปรุง SEO เว็บไซต์ ของคุณให้ติดอันดับดีขึ้นในผลการค้นหา
คำว่า SEO คือ ย่อมาจาก Search Engine Optimization หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับการค้นหาผ่านเครื่องมือค้นหา (Search Engine) เป้าหมายหลักของ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับสูงสุดในผลการค้นหาของ Google หรือเครื่องมือค้นหาอื่นๆ การติดอันดับดีจะเพิ่มโอกาสให้ผู้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น ซึ่งส่งผลให้การเติบโตของธุรกิจดีขึ้นตามไปด้วย
การทำ SEO คือ อะไร ที่หลายๆ คนพูดถึงนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การใส่คำหลักหรือคีย์เวิร์ดเข้าไปในเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับแต่งโครงสร้างเว็บไซต์ ความเร็วในการโหลด และการเชื่อมโยงลิงก์ต่างๆ ในเว็บไซต์ ซึ่งทุกอย่างนี้ล้วนมีผลต่อการจัดอันดับ
การทำ SEO สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลักคือ On-Page SEO และ Off-Page SEO ทั้งสองส่วนนี้สำคัญและต้องทำควบคู่กันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
1. On-Page SEO
On-Page SEO คือการปรับแต่งสิ่งต่างๆ SEO เว็บไซต์ ของคุณ เช่น เนื้อหา โครงสร้างของเพจ การใช้คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง และการตั้งชื่อ URL ที่เข้าใจง่าย การใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในหัวข้อ (Title Tag), คำอธิบายหน้า (Meta Description), และในเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ จะช่วยให้ Google เข้าใจว่าเว็บไซต์ของคุณเกี่ยวข้องกับอะไร
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ SEO คืออะไร ในส่วนของ On-Page [SEO] สิ่งสำคัญคือการใช้คีย์เวิร์ดในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ไม่ให้มากเกินไปจนน่าสงสัย และต้องเน้นให้เนื้อหามีคุณภาพจริง SEO เว็บไซต์ การจัดเรียงเนื้อหาให้สวยงามและอ่านง่ายช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ นอกจากนี้ควรใส่รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เสริมความเข้าใจให้กับผู้ใช้งาน
2. Off-Page SEO
ในส่วนของ Off-Page SEO คือกระบวนการที่เกิดขึ้นภายนอกเว็บไซต์ของคุณ เช่น การสร้างลิงก์ย้อนกลับ (Backlinks) จากเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีคุณภาพเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ ลิงก์ย้อนกลับนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ Google ว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณค่าจริง นอกจากนี้ SEO เว็บไซต์ การแชร์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย หรือการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเว็บไซต์อื่นๆ ก็มีผลต่อการเพิ่มอันดับในการค้นหา
ในส่วนนี้เราจะมาอธิบายขั้นตอนง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาของ Google โดยเน้นคำถามหลักที่หลายคนสงสัยคือ SEO คืออะไร
1. การวิจัยคีย์เวิร์ด
การวิจัยคีย์เวิร์ดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ควรค้นหาคำหรือวลีที่ผู้คนใช้ค้นหาในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือเนื้อหาของคุณ เครื่องมืออย่าง Google Keyword Planner หรือ Ubersuggest สามารถช่วยให้คุณค้นหาคีย์เวิร์ดที่มีความนิยม และคำที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก
2. การปรับปรุงเนื้อหาและโครงสร้างเว็บไซต์
เมื่อคุณได้คีย์เวิร์ดที่ต้องการแล้ว SEO เว็บไซต์ ให้ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณโดยใส่คีย์เวิร์ดในส่วนต่างๆ เช่น หัวข้อ, Meta Description, URL และในเนื้อหาหลัก อย่างไรก็ตาม อย่าใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปจนทำให้เนื้อหาดูไม่เป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ควรปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์ให้สามารถโหลดได้เร็ว เพราะความเร็วในการโหลดมีผลต่อการจัดอันดับของ Google การใช้เครื่องมืออย่าง Google PageSpeed Insights สามารถช่วยตรวจสอบและปรับปรุงความเร็วได้
3. การสร้างลิงก์ย้อนกลับ
ลิงก์ย้อนกลับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญใน SEO เว็บไซต์ ควรสร้างลิงก์ย้อนกลับจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีคุณภาพมายังเว็บไซต์ของคุณ โดยอาจเริ่มจากการเขียนบทความที่น่าสนใจและมีคุณค่า แล้วแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียหรือเว็บบล็อกต่างๆ ลิงก์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ
4. การใช้เครื่องมือ SEO
การใช้เครื่องมือ [SEO] เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เครื่องมืออย่าง Google Analytics, Google Search Console และ Ahrefs ช่วยให้คุณสามารถติดตามผลลัพธ์ของ [SEO] ได้อย่างแม่นยำ คุณจะสามารถรู้ได้ว่าอันดับของคุณปรับตัวขึ้นหรือลงจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ และสามารถปรับปรุง SEO ให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง
หลังจากทำการปรับปรุง [SEO] เว็บไซต์แล้ว SEO คือ อะไร การวัดผลลัพธ์เป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถใช้ Google Search Console เพื่อดูว่าเว็บไซต์ของคุณมีการแสดงผลในผลการค้นหาของ Google มากน้อยเพียงใด และคีย์เวิร์ดไหนที่ทำให้ผู้คนคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ นอกจากนี้ Google Analytics ยังสามารถใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เข้าชม เช่น แหล่งที่มาของผู้เข้าชม ระยะเวลาที่ผู้เข้าชมอยู่ในหน้าเพจ และจำนวนการคลิก
SEO คืออะไร ที่หลายๆ คนยังคงสงสัย ไม่ใช่เพียงแค่การใช้คีย์เวิร์ดเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานอย่างครบถ้วน ดังนั้น การทำ [SEO] จึงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความพยายามในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
SEO คือ อะไร SEO เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์และเว็บไซต์ทั่วไปสามารถเพิ่มการมองเห็นและดึงดูดผู้เข้าชมมากขึ้น การทำ SEO ที่ดีต้องอาศัยการเลือกคีย์เวิร์ดที่ถูกต้อง การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ การปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ และการสร้างลิงก์ย้อนกลับจากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับสูงขึ้นใน Google และเครื่องมือค้นหาอื่นๆ ด้วยการใช้กลยุทธ์ SEO อย่างเหมาะสม คุณจะสามารถสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน